:: The Girls’ time ::

posted on 17 Mar 2008 22:12 by akarasorn

บทนำ 

ผืนกำมะหยี่สีดำในยามรัตติกาลมีแสงนวลส่องกระจ่างทั่วผืนฟ้า เฉกเช่นเดียวกับเสียงหรีดหริ่งเรไรที่แข่งกันประสานเสียงขับกล่อมสรรพสัตว์ในพงพนา รวมไปถึงผู้คนที่หลับใหลอยู่บนบ้านพักตากอากาศ มีเพียงแสงรำไรของตะเกียงพายุส่องวิบวับอยู่ตรงชานเรือน กับควันจาง ๆ ที่เกิดจากการเผาฟางหญ้าเพื่อขับไล่ยุงอยู่ข้าง ๆ

                 เงาของใครบางคนเดินตรงเข้ามาหาร่างร่างหนึ่งที่นอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้พับ พลางทอดสายตามองแสงเดือนที่สกาวพร่างพราวอยู่บนท้องนภา พร้อมกับยื่นแก้วมัคก์ที่มีควันกรุ่นโชยกลิ่นหอมของไมโลส่งให้ ตามด้วยประโยคคำถามที่เพิ่งคุยค้างไว้ก่อนเข้าไปชงไมโลร้อนให้ตัวเอง และเผื่อแผ่มาถึงคนที่นอนเอกเขนกนับดาวอยู่ตรงนี้ด้วย

 

                นับดาวได้เท่าไหร่แล้วเพื่อน เห็นนอนนับมานานแล้ว  

 

                คนนอนนับดาวขยับลุกเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งพลางรับแก้วไมโลมาถือไว้ พลางส่งยิ้มตาหยีแทนคำขอบใจ แล้วทำไหล่ยึกยักส่งให้

 

                นับได้อินฟินิตี้วะเพื่อน ไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน เลยไม่นับละ รอดื่มไมโลดีกว่า ฮ่า ๆ พูดพลางยกแก้วมัคก์ขึ้นดื่ม

 

ฮ้า เยี่ยม ขอบใจนะสำหรับไมโลรสเลิศ

 

เสียงชมพร้อมกับภาพสองมือโอบแก้วมัคก์ไว้เพื่อสัมผัสความอุ่นที่มีอยู่รอบ ๆ แก้ว ขัดกับท่าปากยื่น เป่าลมลงแก้วเพื่อให้ไมโลเย็น ภาพนั้นทำให้คนมองถึงกับฉีกยิ้ม นึก และตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ

 

กี่ปี ๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน ร่ำร้องจะดื่มไมโลร้อน ๆ หรือไม่ก็กาแฟร้อน ๆ แต่พอได้ก็ชอบรอให้เย็นก่อนถึงจะดื่ม...หรือไม่ก็นั่งเป่าให้เย็น...แล้วแบบนี้จะให้ชงทำไมว้า...

 

นึกได้ก็ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้พับที่ตั้งเยื้องไม่ไกลจากตัวที่อีกคนนั่ง พร้อมกับยิงคำถามต่อจากที่ค้างไว้อีกครั้ง

 

แล้วยังไงต่อ นายยังเล่าให้ฟังไม่จบเลย หลังจากแปะนิยายที่แต่งขึ้นเองลงในบอร์ดนี้

 

คราวนี้เป็นคำถามที่ชวนให้คนกำลังก้มหน้าเป่าไมโลร้อนจำต้องเงยหน้าขึ้นมอง แก้วมัคก์ถูกโอบด้วยมือสองข้างอีกครั้ง กระพุ้งแก้มป่อง ๆ กับท่าปากยื่นเพราะกำลังเป่าลมหุบลง เปลี่ยนเป็นคลี่ริมฝีปากขยับเล่าเรื่องที่ค้างไว้ให้ฟังต่อ  

 

เมื่อคนเล่าเริ่มนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ตนสรรหาเว็บไซต์ใจดีที่สนับสนุนและเอื้อเฟื้อพื้นที่เว็บบอร์ดสำหรับนิยายแนวที่ตนเองแต่ง...

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

จอภาพโชว์บอร์ดนิยายสำหรับนิยายตรงแนว ปรากฏขึ้นต่อสายตาทันทีที่พิมพ์ชื่อแนวของนิยายลงไป

 

                โอ้ ! ว้าว !...เจอแล้ว บอร์ดขยายอาณาจักรรักขั้วเดียวกัน ฮ่า ๆ โพสลงนี่แหละ...ดูสิ จะเป็นยังไง จะโดนขับไล่ไสลบ กลบไม่ให้นิยายแนวนี้ได้เชิดหน้าโชว์เรื่องอยู่บนแผง เอ๊ย บนเว็บบอร์ดนี้ไหม

 

เสียงบ่นพึมพำเบา ๆ คนเดียวอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่า ๆ เอ่ยขึ้น ขณะที่มือก็สาละวนอยู่กับการสมัครเป็นสมาชิก

 

                ได้แล้ว ๆ...เป็นสมาชิกแล้ว คราวนี้ก็ได้บ้านสำหรับโพสนิยายแล้ววุ้ย หุหุ

 

เสียงพูดกระหยิ่มยิ้มย่องเบา ๆ กับทีท่าเหมือนคุยอยู่กับใครหน้าจอคอมพ์...ดูไม่ต่างจากคนบ้าเลยสักนิด และแล้วเสียงพึมพำพร่ำบ่นนั้นก็เงียบไป เมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสเพ่งหน้าจอ ส่วนมือก็สาละวนอยู่กับการเคาะแป้นบ้าง เลื่อนเมาส์ไปมาบ้าง สักพักร่างนั้นก็เอนอิงพิงพนักเก้าอี้ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ...ดูบอร์ดที่มีนิยายของตนปรากฏหราอยู่บนนั้น...นิ้วชี้เริ่มเคาะเมาส์เบา ๆ กับคำพูดที่เอ่ยกับตนเอง

 

                ได้เวลาเปิดโลกนิยายหญิงรักหญิง ณ ที่แห่งนี้แล้ว จะรอดูสิว่า เวลาของนิยายเรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อไป จะเป็นนิยายแบบอินฟินิตี้ หรือนิยายแบบจบแล้วจบเลย

 

คำพูดนี้ดังขึ้นและจบลงพร้อมกับคำว่า ‘Turn Off’  

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------               

แล้วหลังจากนั้นนิยายของนายจบแบบไหน ระหว่างนิยายไม่รู้จบกับนิยายจบแบบเศร้า ๆ

 

เสียงของคนที่นั่งฟังคำบอกเล่ายังคงเอ่ยถามต่อ...แม้จะรู้ว่าคำถามนี้ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเพราะตนรู้อยู่แล้ว แต่ก็อยากได้ยิน...อยากฟังมุมมองของคนเล่า ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับผลพวงที่ได้รับจากการโพสนิยายลงบอร์ดของเว็บไซต์นั้น  

 

บัดนี้ไมโลร้อนกลายเป็นไมโลเย็นโดยไม่ต้องเป่าอีกต่อไปแล้ว เสียงซดดังอึ๊ก ๆ จนหมดแก้ว ตามด้วยน้ำเปล่าอีกสองถึงสามอึกก็ทำให้คนเล่ามองใบหน้าของเพื่อนช่างซักได้อย่างเต็มตา เพราะตอนนี้เปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็นท่านอนสบาย ๆ เช่นเดียวกับคนถามที่นอนทอดสายตามองคนเล่าอย่างตั้งใจรอฟังคำตอบ

 

นิยายในบอร์ดน่ะจบแบบแฮปปี้เอนดิงเว้ย แต่ผลพวงที่ได้จากนิยายกลับเป็นแบบอินฟินิตี้ว่ะ...แบบไม่รู้จบ เพราะไม่รู้จะจบตรงไหน น้ำเสียงหนักแน่นกับแววตาที่มองคนตั้งใจฟังคำตอบในขณะนี้ ฉายชัดดังคำพูด...

 

เพราะนิยายไม่มีจุดจบเรื่องนี้...เป็นนิยายที่มีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง...ทุกเรื่องราวที่อยู่ในนิยายเรื่องนี้ ล้วนมีอรรถรสครบทุกรส และโลดแล่นไปตามจังหวะชีวิตของตัวละครแต่ละคน...

 

แล้วผลพวงที่ได้จากนิยายของนายคืออะไรล่ะ ถึงได้ชื่อว่า นิยายไม่รู้จบ’” คราวนี้คนถามเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมาเป็นท่านั่ง พลางวางแก้วในมือลงข้างขาเก้าอี้พับ ส่วนสายตายังคงเหล่มองคนเล่าเรื่อง

 

คำเดียวสั้น ๆ วะ มิตรภาพ ที่ได้จากเพื่อนนักอ่านด้วยกัน มันก็ไม่ต่างจากเราสองคน และคนอื่นอีกหลายล้านคนที่เป็นเพื่อนกัน...

 

รอยยิ้มในตาของคนตอบทำให้คนฟังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย และก่อนที่คนฟังจะได้พูดอะไร เสียงเบา ๆ แต่ฟังดูหนักแน่นก็ลอยเข้ามากระทบหูอีกครั้ง

 

ไม่เพียงมิตรภาพจากเพื่อนนักอ่านเท่านั้นนะ แต่เพื่อนนักอ่านยังดึงมิตรของตน เข้ามาผูกสัมพันธภาพต่อกันไปเรื่อย ๆ อีก คล้าย ๆ กับแชร์ มิตรภาพแบบลูกโซ่ไง ฮึ ๆ เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว นายคิดว่า...นิยายเรื่องนี้จะมีวันจบไหมล่ะ

 

คำถามนี้ ทำให้คนฟังที่นั่งทำตาเหม่อเคลิ้บเหมือนเด็กนั่งฟังนิทานเปลี่ยนเป็นจ้องหน้าคนถามอีกครั้ง...ปากยังไม่ตอบ...แต่ใจของเขาตอบคำถามนี้ให้ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องเล่านี้มาก่อน ก่อนที่จะมาพักผ่อน ณ บ้านพักหลังนี้แล้วว่า

 

นิยายเรื่องนี้ไม่มีวันจบ...ตราบใดที่ยังเป็นเพื่อนกัน

 

ว่าไงล่ะ นายคิดว่าเรื่องนี้จบไหม เสียงถามดังขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับเจ้าตัวลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอียงหน้าแล้วยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อน

 

คำตอบที่ได้รับคือ การส่ายหน้า ซึ่งหมายความว่า ไม่มีวันจบ...

 

รอยยิ้มผุดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับหมุนตัวตั้งท่าจะเดินเข้าบ้านพัก แต่ก่อนจะเข้าไปยังไม่วายหันกลับ ก้มลงหยิบแก้วมัคก์ของตนขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับพูดว่า

 

นิยายอิงชีวิตจริงเรื่อง The Girls’ Time เริ่มต้นตั้งแต่พวกเราได้พูดคุย และโต้ตอบกันผ่านบอร์ดนิยายนั้นแล้ว และตอนนี้ก็เขยิบมาเป็นออนไลน์ และพบปะกัน...แล้วเดี๋ยวเราจะเล่านิยายชีวิตสนุก ๆ ของตัวละครแต่ละคนให้นายฟัง อีกไม่นานนายก็จะได้รู้จักพวกเขาเหมือนที่เรารู้จักนั่นแหละ

 

จากนั้นร่างของคนพูดก็ค่อย ๆ เดินหายเข้าไปในบ้านพัก...โดยมีสายตาของคนฟังมองตาม พร้อมกับเสียงพูดที่เอ่ยขึ้นลอย ๆ ดังตามหลัง

 

ถ้างั้นขอฟังเรื่อง The Girls’ Time คนแรกควบอาหารเช้าของวันพรุ่งนี้แล้วกันนะเพื่อน และคำพูดขอแบบลอย ๆ นั้นก็ได้รับคำตอบดังกลับมาจากในบ้านว่า

 

จุ จุ ตับแก

 

----------------- To Be Continue ------------------ To Be Continue ------------------------

edit @ 17 Mar 2008 22:19:08 by อักขราษร